วิธีการเลือกระยะเวลาเช่าคลังสินค้าที่เหมาะสม

เช่าคลังสินค้า

หลาย ๆ คนที่กำลังมองหาที่เช่าคลังสินค้าดี ๆ สักแห่ง เพื่อเก็บสินค้าของธุรกิจคุณ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเช่านานแค่ไหน 1 ปี 2 ปี หรือ 10 ปี วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจก่อนทำสัญญาเช่าได้ง่ายขึ้น โดยจะมีหัวข้ออะไรบ้างเราไปดูกันเลย

สัญญาเช่าคลังสินค้าทั่วไปมีระยะเวลาเท่าไหร่

โดยทั่วไปแล้วสัญญาเช่าจะมีระยะเวลาเช่ามากกว่า 1 ปีอยู่แล้ว เพราะโรงงานและคลังสินค้าใช่สิ่งที่จะเคลื่อนย้ายง่าย ๆ เนื่องจากเครื่องไม้เครื่องมือ และเครื่องจักรแพ็คของมีขนาดใหญ่ รวมถึงการวางระบบต่าง ๆ ของคลังสินค้าที่ต้องมีการเสียค่าวางระบบราคาแพง ยังไม่คิดรวมพนักงานที่มีที่พักอยู่ในละแวกโรงงาน ที่หากคุณย้ายคลังสินค้าไปไกลจากที่เดิมมาก คุณก็อาจจะต้องรับพนักงานใหม่และต้องฝึกทักษะการทำงานให้อีกครั้ง จะเห็นได้ว่าทั้งหมดนี้ใช้ค่าใช้จ่ายและแรงงานมหาศาล ดังนั้นหากคุณจะลงหลักปักฐานคลังสินค้าที่ไหน ต้องคิดถึงระยะยาวด้วย โดยทั่วไปสัญญาเช่าคลังสินค้าจะอยู่ที่ 1-10 ปี ซึ่งจะมีค่ามัดจำมากน้อยแค่ไหนนั้นจะต้องดูที่ตัวสัญญา บางที่คิดค่ามัดจำ 2 เดือน บางที่เก็บมัดจำถึง 6 เดือน และยังมีค่าล่วงหน้าและค่าส่วนกลางอีกด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ต้องคิดรวมลงไปในต้นทุนด้วย

เช่าคลังสินค้าระยะสั้นเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มกิจการและยังไม่มั่นใจที่จะลงหลักปักฐานที่ไหน ต้องการความคล่องตัว และต้องการโกดังเพื่อเก็บสินค้าสำหรับขายไปก่อน และสินค้าที่ขายมีขั้นตอนการแพ็คไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้เครื่องจักรหนัก และสามารถย้ายโรงงานภายหลังได้ง่าย

เช่าคลังสินค้าระยะยาวเหมาะกับใคร

การเช่าคลังสินค้าระยะยาวเหมาะกับผู้ประกอบการที่เน้นความคุ้มค่า และมีแผนงานที่ชัดเจน คำนวณต้นทุนมาอย่างดี รู้ว่าความต้องการของตนเองคืออะไร เช่น ต้องการคลังสินค้าที่อยู่ใกล้ตัวโรงงานเพื่อลดค่าขนส่ง หรือต้องการคลังสินค้าที่อยู่ใกล้แหล่งขาย กระจายสินค้าได้ง่าย และไม่คิดจะย้ายในระยะเวลาเร็ว ๆ นี้

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเคล็ดลับในการเลือกเช่าคลังสินค้าที่เราได้นำมาช่วยคุณประกอบการตัดสินใจ และไม่ว่าจะเป็นการเช่าระยะยาวหรือระยะสั้น สิ่งที่คุณต้องทำคือการวางแผนให้รอบคอบ เลือกดูตัวเลือกและข้อเสนอหลาย ๆ แห่ง ไม่ตัดสินใจเลือกเลยในทันที และเข้าไปดูที่สถานที่จริง และตรวจสอบว่าทุกอย่างจะตรงกับความต้องการทั้งหมดของคุณ รวมถึงสอบถามกับนายหน้าหรือเจ้าของโกดังว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรให้บ้าง เช่น ประกันภัย หรือบริการส่วนกลาง รวมถึงตกลงเรื่องภาษาต่าง ๆ อย่างรัดกุม